Category Archives: การดูแลรถ

7 เทคนิคดูแลและตรวจสอบประเก็นฝาสูบโก่ง

เมื่อประเก็นฝาสูบโก่งอาจจะก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่แตกต่างกันมากมาย เช่น น้ำหม้อน้ำรั่วแล้วไหลปะปนกับน้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์จุดระเบิดไม่ครบสูบหรือน้ำมันรั่วจากเครื่องยนต์ ดูผิวเผิน เหมือนว่าอาการเหล่านี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่จริงๆแล้วอาจมีสาเหตุมาจากต้นเหตุเดียวกัน คือ ประเก็นฝาสูบ รวมไปถึงอาจเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม บางครั้งเมื่อประเก็นฝาสูบโก่งจริงๆอาจจะไม่ปรากฎอาการที่ว่ามานี้เลยก็ได้เช่นกัน เครื่องยนต์จุดระเบิดไม่ครบสูบ ประเก็นฝาสูบที่ชำรุด ในจุดบริเวณรอยต่อระหว่างกระบอกสูบจะทำให้เกิดการจุดระเบิดไม่ครบสูบ เพราะการชำรุดระหว่างบริเวณรอยต่อของกระบอกสูบ แรงอัดจากกระบอกสูบหนึ่งจะรั่วไหลสู่อีกกระบอกสูบได้ แรงอัดที่ลดต่ำลงนี้จะเป็นผลให้รอบเดินเบามีปัญหา ประเก็นฝาสูบที่เสียในลักษณะนี้อาจจะไม่มีผลให้เครื่องโอเวอร์ฮีทหรือเครื่องร้อน ไม่มีผลให้น้ำหม้อน้ำรั่วเข้าปนในน้ำมันเครื่องหรือมีอาการภายนอกอื่นใด ส่วนใหญ่จะเป็นอาการจุดระเบิดไม่ครบสูบเท่านั้น เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท เมื่อประเก็นฝาสูบเสื่อมบริเวณรอยต่อระหว่างห้องเผาไหม้กับหม้อน้ำ จะส่งผลให้น้ำหม้อน้ำค่อยๆระเหยหายและเครื่องโอเวอร์ฮีทบ่อย ซึ่งอาจเกิดเป็นพักๆ ไม่ได้เกิดตลอด ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถ เช่น รถอาจจะโอเวอร์ฮีทหลังจากขับไปสักพักใหญ่ๆ แต่ถ้าขับระยะสั้นๆ อาจจะไม่แสดงอาการใดๆออกมาเลยก็เป็นได้ บ่อยครั้งที่ปัญหานี้ยกระดับขึ้นหลังจากเครื่องโอเวอร์ฮีทด้วยสาเหตุอื่นก่อน เช่น พัดลมหม้อน้ำเสียจึงทำให้เครื่องโอเวอร์ฮีท แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนพัดลมไปแล้ว แต่เครื่องยนต์ก็กลับมาโอเวอร์ฮีทอีกหลังจากผ่านไปหลายเดือน นั่นก็เพราะการโอเวอร์ฮีทในครั้งแรกมีผลให้ฝาสูบโก่งไปแล้ว แต่กว่าอาการจะออกอีกทีต้องใช้รถผ่านไปสักระยะหนึ่งก่อน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ช่างหรือผู้ใช้รถหลายๆคนสับสน จนหลงลืมสาเหตุที่แท้จริงเมื่ออาการโอเวอร์ฮีทกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้ง การผสมปะปนของน้ำหม้อน้ำและน้ำมันเครื่อง … Continue reading

Posted in การดูแลรถ, ความรู้เรื่องรถ | Tagged , , | Leave a comment

การ Flush น้ำมันเกียร์ดีหรือไม่?

การFlush น้ำมันเกียร์นั้นมีอยู่ 2 แบบดังนี้ Flush โดยใช้เครื่อง Cooler line inlet flush วิธีนี้จะต่อท่อเครื่อง Flush เข้ากับท่อ Cooler ของเกียร์ แล้วทำการStart รถติดเครื่องเพื่อให้ปั๊มน้ำมันเกียร์ของรถทำงาน น้ำมันเกียร์เก่าในระบบเกียร์จะวิ่งเข้าเครื่อง Flush และเครื่อง Flush ก็จะส่งน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าระบบไปแทน แต่เนื่องจากวิธีนี้ใช้ปั๊มน้ำมันเกียร์ในการสร้างแรงดันในระบบให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำมันเกียร์ ซึ่งโดยปกติน้ำมันเกียร์ที่ผ่านปั๊มน้ำมันเกียร์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 วงจรความดันด้วยตัว pressure regualator วงจรแรกน้ำมันเกียร์จะวิ่งผ่านชุดเกียร์ต่างๆดันกระบอกสูบเพื่อใช้ในการเปลี่ยนเกียร์ อีกวงจรน้ำมันเกียร์จะวิ่งผ่าน Torque converter กับท่อ Cooler ที่ต่อกับเครื่อง Flush แต่เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีการถอดอ่างน้ำมันเกียร์และกรองน้ำมันเกียร์ออก ดังนั้น น้ำมันเกียร์ที่ Flush … Continue reading

Posted in การดูแลรถ | Tagged , | Leave a comment

แค่สังเกตหน้าปัดรถก็ช่วยถนอมเกียร์ได้

เพราะชุดเกียร์ออโตเมติกไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับแรงจากเครื่องยนต์แล้วส่งไปที่ล้อเท่านั้น แต่ชุดเกียร์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนรถได้หลากหลาย ทั้งเดินหน้าถอยหลัง เนื่องจากเครื่องยนต์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงความเร็วแคบๆช่วงหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่มีชุดเกียร์จะส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และสิ้นเปลืองน้ำมัน เนื่องจากเครื่องยนต์ต้องทำงานในรอบเครื่องที่ช้าหรือเร็วมากเกินไป ด้วยขณะที่รถขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่างๆชุดเกียร์จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานอยู่รอบที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยชุดเกียร์จะทำการปรับเปลี่ยนเกียร์ที่ดีสุดให้สัมพันธ์กับความเร็วของรถ การสังเกตจุดที่ชุดเกียร์ทำการเปลี่ยนเกียร์จะช่วยให้เรารู้จักจังหวะการทำงานของชุดเกียร์ และเมื่อเกียร์เริ่มมีปัญหาเราจะสามารถสังเกตถึงอาการผิดปกติได้โดยง่าย รถทุกคันล้วนมีหน้าปัดบอกความเร็วรอบเครื่องอยู่แล้ว แต่เจ้าของรถบางส่วนมักไม่ให้ความสำคัญ แค่หมั่นสังเกตเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับหน้าปัดรอบเครื่องก็จะช่วยให้เราเข้าใจชุดเกียร์รถเรามากขึ้น เมื่อเกียร์เริ่มมีอาการผิดปกติเราก็จะสามารถรับรู้และแก้ไขก่อนที่อาการเสียจะบานปลายได้ โดยจุดที่รถทำการเปลี่ยนเกียร์ สามารถสังเกตง่ายๆได้เมื่อเรากดคันเร่งเพิ่มความเร็วรถจนถึงจุดหนึ่งที่รถจะทำการเปลี่ยนเกียร์ รอบเครื่องก็จะขึ้นสูงชั่วขณะ จากนั้นก็จะลดต่ำลง แล้วความเร็วรถก็จะเพิ่มขึ้น ถึงแม้จุดที่ชุดเกียร์ทำการเปลี่ยนเกียร์จริงๆนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่เมื่อเซ็นเซอร์ต่างๆส่งข้อมูลไปยัง ECU เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดจุดที่ทำการเปลี่ยนเกียร์แล้ว จากนั้น ECU ก็จะส่งสัญญาณสั่งให้คลัชทำการปล่อย เพื่อเริ่มทำการเปลี่ยนเกียร์ นอกจากนี้ ถ้าเรากดคันเร่งหรือเมื่อเซ็นเซอร์ส่งข้อมูลว่ารถกำลังเร่ง แต่ ECUกลับยังไม่สั่งการให้เปลียนเกียร์ ก็จะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานรอบสูงขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น และกินน้ำมันมากขึ้น เพราะรถยังใช้เกียร์เดิมนั่นคือไม่สัมพันธ์กับความเร็วความเร่งรถที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง ส่วนปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อการเปลี่ยนเกียร์ก็คือ สุญญากาศในเครื่องยนต์ อุณหภูมิเครื่องยนต์ โหลดของเครื่องยนต์ และพฤติกรรมการขับขี่ของเราที่ผ่านมา … Continue reading

Posted in การดูแลรถ, การใช้งานรถ, ความรู้เรื่องรถ | Tagged , , , , , , | Leave a comment

การเปลี่ยนกรองอากาศไม่ได้ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น!

เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่เป็นระบบหัวฉีด ซึ่งมีแอร์โฟร์เซนเซอร์คอยรายงานปริมาณอากาศส่งไปที่ ECU จากนั้น ECU ก็จะทำการสั่งงานควบคุมระบบการฉีดจ่ายน้ำมันและการเผาไหม้เชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่แล้ว (โดยจะทำการฉีดน้ำมันให้สัมพันธ์กับปริมาณอากาศในอัตราส่วนอากาศ 14.7 ส่วนต่อน้ำมันหนึ่งส่วน อากาศที่น้อยลง ECU ก็จะสั่งให้ส่งน้ำมันไปฉีดน้อยลง) แต่ถ้าเป็นรถยนต์รุ่นก่อนที่ใช้ระบบคาร์บูเรเตอร์ การเปลี่ยนกรองอากาศจะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ ดังนั้นการเปลี่ยนกรองอากาศเป็นเรื่องที่ควรทำตามระยะการเปลี่ยนตามอายุการใช้งานอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนเพื่อจุดประสงค์ในการประหยัดน้ำมันนั้นไม่ถูกต้อง เพราะกรองอากาศที่สกปรกอาจจะส่งผลให้กำลังเครื่องยนต์ลดลงบ้าง แต่กรองอากาศที่ใหม่หรือสกปรกไม่มีผลต่อการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นถ้าจะเปลี่ยนกรองอากาศ ควรจะเปลี่ยนกรองอากาศเพราะสกปรกและอุดตันจนอาจมีสิ่งสกปรกหลุดไปสู่ห้องเผาไหม้สร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ต่อไปได้ ขั้นตอนการเปลี่ยนกรองอากาศที่ถูกต้อง ถอดฝาหม้อกรองอากาศออก จากนั้นค่อยๆยกกรองอากาศออกด้วยความระมัดระวัง อย่าให้กรองอากาศไปกระแทกโดนหม้อกรองหรือส่วนอื่นเพราะจะทำให้เศษสิ่งสกปรกหลุดลงไปได้ หลังจากนั้นให้เช็ดหม้อกรองอากาศท่อดูดอากาศและบริเวณรอยต่อด้วยผ้าชื้นๆหมาดๆ (รถยนต์บางรุ่นอาจจำเป็นต้องถอดแอร์โฟร์เซ็นเซอร์ จึงสามารถถอดฝาหม้อกรองอากาศได้) กรองอากาศจากผู้ผลิต OEM จะพอดีใส่ได้กับหม้อกรองอากาศ ไม่มีแก็บช่องว่าง และไม่ต้องออกแรงในการใส่หรือดันอีกด้วย สำหรับการปิดฝาหม้อกรองอากาศก็ควรให้แน่ใจว่าขันน็อตแน่นหนาครบทุกตัว เพราะถ้ามีช่องว่างอาจจะทำให้เศษสิ่งสกปรกใช้เป็นทางลัดเข้าสู่เครื่องได้ (สำหรับ รถที่ต้องถอดแอร์โฟร์เซ็นเซอร์และสายไฟ อย่าลืมทำการใส่เซนเซอร์และสายไฟกลับเข้าที่) เพื่อป้องกันการเปิดฝาหม้อกรองอากาศเพื่อเช็คบ่อยๆ การเขียนวันที่เปลี่ยนกรองอากาศพร้อมเลขไมล์ลงบนกระดาษติดหน้าหม้อกรองอากาศ ก็ช่วยป้องกันการเปิดหม้อกรองอากาศเพื่อตรวจเช็คบ่อยๆได้ … Continue reading

Posted in การดูแลรถ, ความรู้เรื่องรถ | Tagged , , | Leave a comment

6 สัญญาณ 4 เทคนิคดูแลปั๊มติ๊กให้อยู่คู่รถนานๆ

ปั๊มติ๊กจะจุ่มอยู่ในถังน้ำมันเพื่อดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันส่งให้ระบบเพื่อทำการเผาไหม้ ปัจจุบันปั๊มติ๊กถูกขับด้วยเฟือง/มอเตอร์ไฟฟ้า โดยปั๊มติ๊กจะทำงานคู่กับกรองน้ำมันเบนซินและเรกกูเรเตอร์เพื่อกรองน้ำมันและควบคุมแรงดันน้ำมันก่อนส่งเข้ารางหัวฉีด สาเหตุที่เรียกว่า “ปั๊มติ๊ก” เนื่องจากปั๊มติ๊กสมัยก่อนจะใช้หลักการขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าในการดันไดอะแฟรม(ภายในปั๊มติ๊ก)เพื่อสูบจ่ายน้ำมันจึงมีเสียง “ติ๊ก” เนื่องจากเครื่องยนต์สมัยก่อนใช้คาร์บูเรเตอร์ที่ใช้ความดันในระบบไม่ค่อยสูงแค่ 10-15 psi ปั๊มติ๊กซึ่งทำงานแบบกลไกล(อาศัยหลักกลศาสตร์)ด้วยไดอะแฟรมนี้จึงมีแรงเพียงพอในการสร้างความดันให้กับระบบ แต่เครื่องยนต์ปัจจุบันที่ใช้ระบบหัวฉีดซึ่งต้องการแรงดันที่สูงขึ้น จึงต้องเปลี่ยนเป็นปั๊มระบบไฟฟ้า (แรงดัน 40-50 psi) ซึ่งปั๊มแบบนี้จะมีแรงในการดูดน้ำมันต่ำแต่มีแรงฉีด(ส่ง)สูง จึงต้องติดตั้งปั๊มในถังน้ำมัน ถ้าปั๊มติ๊กแบบเก่าจะมีแรงดูดสูงแต่แรงฉีดต่ำจึงติดใกล้ๆเครื่องยนต์ รวมไปถึงเป็นการลดต้นทุนการประกอบในโรงประกอบรถ เนื่องจากปั๊มติ๊กที่ติดตั้งในถังน้ำมันจะถูกผลิตสำเร็จรูปติดมากับถังน้ำมันจาก supplier เลย ปั๊มติ๊กแบบไฟฟ้าจะมีทั้งแบบใช้ เรกกูเรเตอร์(อยู่ที่ห้องเครื่อง)ในการควบคุมแรงดันน้ำมันในระบบและส่งแรงดันส่วนเกินกลับถังน้ำมัน ซึ่งมีข้อดีก็คือจะช่วยควบคุมน้ำมันไม่ให้ร้อนเกินไป ส่วนปั๊มติ๊กแบบไม่ใช้เรกกูเรเตอร์ จะใช้ ECU เป็นตัวควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมที่จะจ่ายให้ปั๊มติ๊กส่งผลให้ความดันน้ำมันที่ปั๊มสูบฉีดแปรผันตามแรงดันไฟฟ้า หรืออีกแบบก็คือใช้ pressure relief valve ที่ตัวปั๊มติ๊กเองปล่อยแรงดันส่วนที่เกินกลับถังน้ำมัน น้ำมันที่ไหลผ่านปั๊มติ๊กช่วยให้ปั๊มติ๊กไม่ร้อนและมีการหล่อลื่น เมื่อน้ำมันในถังเหลือน้อยปั๊มติ๊กก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำลงไป ประกอบกับไม่มีน้ำมันมาห่อหุ้มเพื่อระบายความร้อนและหล่อลื่นปั๊มติ๊ก ทั้งสองเหตุผลนี้คือสาเหตุที่ทำให้ปั๊มติ๊กเริ่มเสื่อมสภาพ ถ้าจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ควรถ่ายน้ำมันเก่าออกให้หมดแล้วใส่น้ำมันใหม่ไปแทนที่ … Continue reading

Posted in การดูแลรถ, การใช้งานรถ, ความรู้เรื่องรถ | Tagged , | 3 Comments

รถใหม่ต้อง Run In หรือไม่?

เป็นคำถามที่ถกเถียงกันไม่น้อย ว่ารถยนต์สมัยนี้ยังจำเป็นต้อง Run In อยู่หรือไม่ โดยฝ่ายที่สนับสนุนให้ Run In ก็ให้เหตุผลว่าต้องทำเพราะเครื่องยนต์ยังใหม่ ระบบต่างๆยังไม่เข้าที่ จึงต้อง Run In เพื่อถนอมชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องยนต์ ส่วนฝ่ายที่เสนอว่าไม่จำเป็นต้อง Run In เนื่องด้วยเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันที่ทันสมัยขึ้น การประกอบรถยนต์มีความแม่นยำเที่ยงตรงขึ้น รวมไปถึงโรงงานมีการทดสอบมาก่อนแล้ว ซึ่งยังมีจุดที่เข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่เพราะการทดสอบที่โรงงานรถยนต์นั้นเป็นการ Break In ไม่ใช่ Run In โดยการ Break In ก็คือการ start เครื่องยนต์ในครั้งแรกจะมีการเสียดสีของชิ้นส่วนต่างๆค่อนข้างมากเพื่อให้เกิดการสึกหรอในระดับที่ชิ้นส่วนต่างๆขบกันอย่างเข้าที่ เข้าที่แบบที่น้ำมันเครื่องจะเข้าไปแทรกได้และทำงานได้อย่างเหมาะสม โดยการ Break In นี้จะกระทำที่โรงงานและทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่มีเศษโลหะต่างๆออกมา ก่อนจะทำการส่งมอบรถออกจำหน่ายต่อไป โดยยังไม่ใช่การ Run … Continue reading

Posted in การดูแลรถ, การใช้งานรถ, ความรู้เรื่องรถ | Leave a comment

5เทคนิคดูแลและตรวจสอบ “หม้อน้ำ”

1.เทคนิคการดูแลรักษาหม้อน้ำ ตรวจสอบระดับน้ำรวมถึงสภาพสีของน้ำหม้อน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ตรวจสอบสภาพสายพานและท่อยางไม่มีรอยแตกรายงา ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป ตรวจสอบการทำงานของพัดลมหม้อน้ำ หมุนปกติหรือไม่ หมุนอย่างมีแรง มีลมหรือไม่ ตรวจสอบใต้ท้องรถและในห้องเครื่องด้วยสายตาเพื่อหาว่ามีรอยน้ำหล่อเย็นรั่วซึมหรือไม่ (การตรวจสอบพัดลมว่าหมุนหรือไม่อย่างง่ายๆ ทำได้โดย บิกุญดแจ on เปิดแอร์ ไม่ต้องสตาร์ทรถ จากนั้นสังเกตพัดลมหม้อน้ำและพัดลมแอร์ต้องหมุนพร้อมกันทั้ง 2 ตัว) 2.เทคนิคตรวจสอบเมื่อเกจความร้อนขึ้นสูง ตรวจสอบระดับน้ำที่หม้อพักน้ำว่าลดลงจากระดับปกติหรือไม่? ถ้าลดลง แสดงอาจเกิดการรั่วซึมในระบบระบายความร้อนที่จุดใดจุดหนึ่ง เข็มความร้อนขึ้นเมื่อใด? 1)ถ้าเข็มขึ้นขณะที่รถติดและเข็มลงเมื่อรถวิ่ง กรณีนี้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุจากพัดลมไฟฟ้าไม่ทำงาน โดยอาจเป็นอาการเสียจาก พัดลมไฟฟ้า, รีเลย์พัดลมไฟฟ้า, เทอร์โมสวิตช์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด 2)ถ้าเข็มขึ้นขณะที่รถกำลังวิ่งเท่านั้น กรณีนี้ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากหม้อน้ำอุดตัน 3)ถ้าเข็มขึ้นตลอด ทั้งตอนรถติดและรถวิ่ง อาจเกิดมาจาหลายสาเหตุ เช่น น้ำในระบบไม่เพียงพอ เพราะมีการรั่วซึม(ลองสังเกตดูว่ามีคราบน้ำรั่วซึมบ้างหรือไม่) , เทอร์โมสตัทหรือวาวล์น้ำเสียทำให้ไม่มีน้ำไปหล่อเย็นเครื่อง … Continue reading

Posted in การดูแลรถ | Tagged , , | 3 Comments